Monday, 22 August 2016

Warmth #minsoon



“-แล้วครับ ครับ ผมอยู่กับน้องแล้ว"


เสียง ใครกัน ทำไมมาอยู่ในห้องได้ มินกยูพยายามลืมตาอย่างยากลำบาก แต่เปลือกตาหนักเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะความขี้เกียจส่วนตัวที่ปกติหลับลึกหลับยาวหลับนานหลับกินบ้านกินเมือง แต่อีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายด้วย รู้สึกเหมือนเครื่องยนต์ที่ถูกใช้งานหนักเกินไปเลย


“ตัวยังร้อนอยู่ครับ เดี๋ยวผมจะปลุกให้มาทานข้าวทานยา แล้วจะเช็ดตัวให้ครับ ครับ ไม่ต้องเป็นห่วงครับเดี๋ยวผมดูแลน้องเองครับ คุณน้า สวัสดีครับ"


หาข้าวหายาให้กิน แถมเช็ดตัวให้ด้วย มินกยูรู้แล้วว่าเสียงที่ไม่ค่อยปริศนานี้เป็นใคร เอาจริงๆ ก็รู้ตั้งแต่ได้ยินเสียงในห้องแล้ว ก็ห้องนอนเขา บ้านเขามีคนเข้าออกได้กี่คนกันล่ะ มินกยูกัดริมฝีปากแน่น ยังดีที่ผ้าห่มคลุมแทบมิดถึงหัว รู้สึกปลื้มปริ่มจนกลั้นเสียงไม่อยู่ในที่สุดก็ต้องค่อยๆ มุดหัวออกมานอกผ้าห่มแล้วหมุนคอ ปรือตาไปมอง


“ซูนนนนนนนนนนนนนน"


“เอ้า ตื่นแล้วเหรอ? เป็นยังไงบ้าง? เมื่อวานว่ายน้ำตั้งหกเจ็ดชั่วโมงจนไข้ขึ้นเหรอ?”


“อืมม ปวดหัวมากเลย ซูน ตัวร้อนจี๋เลยด้วย ลองจับดูสิ"


ซูนยองทำหน้าเหนื่อยใจแล้วลงมานั่งข้างเตียง วางฝ่ามือลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อแล้วก็ต้องถอนหายใจเบาๆ แน่นอนอยู่แล้วว่าร้อน ร้อนมากด้วย เล่นอบตัวอยู่ในผ้าห่มสามสี่ชั้นแบบนั้น แต่ข้างนอกเปิดแอร์ซะหนาว ตอนที่เขามาถึงคิดว่าอยู่ขั้วโลกเหนือซะอีก แต่ที่หนักใจที่สุดคือเด็กผู้ชายอายุ 16 ..ไม่สิ อายุขนาดนี้เรียกเด็กไม่ได้แล้วด้วย ผู้ชายอายุ 16 จะเกิดบ้าเห่อสระว่ายน้ำใหม่ที่มาเปิดใกล้บ้านจนไปว่ายอย่างบ้าคลั่งแล้วไข้ขึ้นแบบนี้มากกว่า มินกยูรีบไถหัวมาซุกขาพี่ชายตัวเล็กอย่างรวดเร็วแล้วส่งเสียงครวญครางในลำคอ


“ซูนนน ปวดหัวจังเลยยซูนน"


“รู้แล้วๆ ใครใช้ให้ว่ายน้ำมาราธอนแบบนั้นล่ะ"


“ก็สระเพิ่งเปิดใหม่นี่นา ซูนก็รู้ว่าผมชอบว่ายน้ำอะ"


“ทำอะไรต้องดูขีดจำกัดตัวเองด้วยสิ"


“ก็อยากว่ายนี่นา อยากว่ายน้ำ อยากว่ายน้ำา"


“โอเคๆ รู้แล้วว่าอยากว่าย เห้อ เด็กบ้านี่"


มินกยูอมยิ้มแก้มตุ่ยแล้วยกมือขึ้นจับมือพี่ชายให้ลูบหัวตัวเอง ซึ่งซูนยองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ลูบไปลูบมาจนมินกยูเกือบเคลิ้มหลับซูนยองก็ค่อยๆ ดันหัวมินกยูกลับไปซุกหมอนแล้วลุกจากเตียง มินกยูรีบลืมตาขึ้นมาตั้งท่าจะงอแงต่อทันทีแต่ซูนยองรีบยกมือห้ามไว้


“หยุด ฉันจะไปอุ่นโจ๊กให้กิน จะได้กินยา รอแป๊ปนึง โอเคมั้ย?”


มินกยูเคลิ้มหลับไปอีกรอบ ไม่รู้นานเท่าไหร่ก็รู้สึกถึงแรงเขย่าๆ เบาๆ ที่ไหล่ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสัมผัสอ่อนโยนที่แก้ม และหน้าผาก เล่นเอามินกยูแทบไม่อยากตื่น แต่เพราะกลิ่นหอมๆ ของโจ๊กที่ลอยมาเตะจมูกและทำให้กระเพาะลั่นทำให้มินกยูค่อยๆ ลืมตาอย่างยากลำบาก ใบหน้ากลมๆ ของซูนยองในระยะประชิดเป็นสิ่งแรกที่เห็น


“ตื่นได้ซักที มา ลุกขึ้นมากินโจ๊กเร็ว กำลังร้อนๆ เลย"


“ลุกไม่ขึ้นเลยอ่า ซูนน อุ้ม"


“...กี่ขวบ?”


“วันนี้หก"


“..ลุกเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นโจ๊กนี่ก็ไม่ต้องกิน"


“ซูนน ใจร้ายย"


ซูนยองถอนหายใจแล้วสอดแขนเข้าไปใต้ลำตัวเด็กโข่งตัวโตก่อนจะพยุงให้ลุกขึ้นมานั่งดีๆ แต่นั่งได้ไม่นานก็ทำท่าจะไหลกลับลงไปนอนอีกจนซูนยองรีบหยิบหมอนมากองๆ ไว้ที่หัวเตียงให้น้องชายเอนพิงทันที พอเห็นว่าไม่น่าจะงอแงกลับลงไปนอนแล้วซูนยองก็หันไปหยิบชามโจ๊กจากข้างเตียงมาถือไว้ ลังเลว่าจะส่งให้ดีมั้ย แต่ดูจากสายตาปรือปรอยแล้ว ป้อนเลยน่าจะง่ายกว่า ซูนยองเป่าโจ๊กอยู่ครู่หนึ่งให้มั่นใจว่าไม่ร้อนแล้วก็ค่อยๆ ยื่นให้


“เอ้า อ้าปากสิ"


“อ้าาามม"


ส่ายหัวให้กับเสียงง้องแง้งระหว่างงับช้อน แล้วก็ตักคำใหม่ในระหว่างที่คนป่วยโยกหัวโยกไหล่ไปมาอย่างมีความสุข ปกติมินกยูก็เป็นเด็กไม่โตอยู่แล้วสำหรับซูนยอง แต่เวลาป่วยนี่ยิ่งอาการหนักกว่าเก่าหลายเท่า ใช้เวลาไม่นานโจ๊กในชามก็หมดลงไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว ถึงจะป่วยแต่มินกยูก็ยังกินเยอะเหมือนเคย ค่อยโล่งใจหน่อย ถัดไปเป็นยา ระหว่างเอาทิชชู่ซับปากน้องซูนยองก็เตรียมใจไว้แล้ว ว่ามินกยูจะไม่มีทางให้เขาป้อนได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน ชัดเจนมากตอนที่พยายามจะไหลกลับลงไปนอนใหม่แต่รั้งไว้ได้ทัน


“มินกยู กินยาหน่อยนะ"


“...”


“น่านะ จะได้หายปวดหัวไง ปวดหัวไม่ใช่เหรอ"


“...”


“มินกยูววว ไม่ดื้อนะ อ้าปากเร็วมา อ้าปาก อ้าปาก"


มินกยูพยายามกลั้นยิ้ม จริงๆ เขาก็โตมากแล้ว เรื่องจำเป็นแบบกินยาถ้าเป็นคุณแม่ล่ะก็เขาก็กินไปเรียบร้อยตั้งนานแล้ว แต่นี่เป็นซูนยองไง ก็เลยจะอ้อนหน่อย ซูนยองดันหลงกลเข้าเต็มๆ แบบนี้ นี่มันมากกว่าที่มินกยูคิดไว้ด้วยซ้ำ ทีแรกคิดว่าจะโดนฟาดซะแล้วแต่ซูนยองกลับทำเสียงอ่อนใส่เขาแบบนี้ แล้วจะให้ยอมกินยาดีๆ ได้ยังไงล่ะจริงมั้ย?


“มินกยู เร็วเข้า ยานี่ต้องกินหลังอาหารนะ ไม่รีบกินเดี๋ยวปวดท้องนะ"


“...”


“อืมม ถ้ากินยาแล้วเดี๋ยวพี่เปิดการ์ตูนให้ดูดีมั้ย? หืม? นินจาฮาโตริหรืออิคคิวซังดีล่ะ?”


พี่ซูนยอง นั่นมันการ์ตูนสมัยไหน เรียนยุ่งจนไม่ได้อ่านการ์ตูนใหม่ๆ เลยก็เป็นแบบนี้แหละ!


“อ่าา ถ้ากินยาเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะไปซื้อไอติมเป๊าะแป๊ะมาให้กิน ดีมั้ย? เอาสามแท่งเลยดีมั้ย?”


ไข้ขึ้น แล้วจะให้กินไอติมน่ะเหรอ? ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว ซูนยองขี้โกหก


“..งั้นเอา เอาอะไรดีล่ะ มินกยูถ้ายอมกินยาล่ะก็ อยากให้ทำอะไรเดี๋ยวทำหมดเลย ดีมั้ย?”


ประโยคนี้แหละที่รอคอย มินกยูค่อยๆ หันไปมองหน้าพี่ชายพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้ซูนยองรู้ว่าตัวเองเสียท่าซะแล้ว แต่จะถอยหลังกลับก็ไม่ได้เพราะถึงยังไงถ้าไม่ทำตามมินกยูก็คงไม่ยอมกินยาแน่ๆ ได้แต่ถอนหายใจแล้วรอฟังว่าน้องชายตัวแสบจะขออะไร มินกยูแสร้งทำเป็นกลอกตาไปมาเหมือนกำลังคิด ทั้งๆ ที่จริงๆ ไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ ผ่านไปซักพักให้ซูนยองได้ตื่นเต้นเล่นมินกยูก็หันกลับมามองหน้าพี่ชายอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มออดอ้อนออเซาะที่สุดในชีวิต


“หอมแก้มผมหน่อยสิ"


“...คิมมินกยู อายุเท่าไหร่แล้ว?”


“เท่าไหร่ก็ได้ที่ซูนจะยอมหอมแก้มผมอะ"


“...ทำไมต้องหอมแก้มด้วยล่ะ"


“แล้วทำไมจะไม่หอมล่ะ ซูนไม่หอมแก้มผมนานแล้วนะะ คิดถึง อยากให้หอมอีกอ่ะะ"


“ก็ตอนนั้นนายยังเด็กนี่นา แก้มกลมๆ น่ารักจะตาย มันเขี้ยวก็เลยอยากหอมน่ะสิ"


“มันเขี้ยวอีกหน่อยไม่ได้เหรอ? ตอนนี้ก็น่ารักนาา"


แถมยังพยายามพองลมเข้าแก้มให้เหมือนตอนเด็กๆ อีกตังหาก ซูนยองพยายามระงับอารมณ์ตัวเองไม่ให้หยิกน้องชายชอบย้อนเวลาเป็นเด็กจนแก้มเขียว พอซูนยองยังนิ่งมินกยูก็ขมวดคิ้วก่อนจะลองวิธีใหม่ วิธีที่ค่อนข้างถนัด


“รังเกียจที่ผมเป็นหวัดเหรอ?”


“..หา?”


“รังเกียจที่ผมไม่สบายใช่มั้ยล่ะ เหงื่อก็เต็มตัวแบบนี้ เหม็นใช่มั้ยเลยไม่ยอมหอม"


“อะไรนะ?-”


“ใช่สิ ผมโตแล้ว แก้มก็ไม่กลม ตัวก็ไม่นิ่ม แถมยังป่วยไข่ขึ้นเหงื่อออกตัวเหนียวอีกด้วย ซูนไม่อยากหอมไม่อยากกอดผมแล้วล่ะสิ-”


“มินกยูอย่าดราม่า รู้ทั้งรู้ว่าที่ตัวเองพูดน่ะมันไม่จริง ใช่มั้ย?”


แต่มีเหรอที่ซูนยองจะหลงกลซ้ำสอง รู้จักน้องชายคนนี้มาสิบกว่าปี มีเหรอจะเดาทางกันไม่ออก เรื่องกินยาน่ะพลาดไปจริงๆ เพราะมัวแต่คิดเอ็นดู แต่เรื่องชอบน้อยใจดราม่าน่ะ เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว มินกยูเม้มปากอย่างขัดใจ ซูนยองจะไม่ยอมหอมจริงๆ น่ะเหรอ? แต่ถ้าซูนยองไม่หอมเขาก็ไม่ยอมกินยาหรอกนะ! และเหมือนซูนยองเองก็จะรู้ เลยถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะท้าวเข่าลงกับเตียง ยันมือกับหัวเตียงแล้วโน้มตัวไปใกล้จนมินกยูเบิกตากว้าง


“เอ้า เอียงแก้มมาสิ"


ซูนนนนนนนนนนนนนนนนนน


มินกยูแทบร้องออกมาซะตรงนั้นติดอยู่ที่ปากไม่ขยับเลย ซูนยองยกมือข้างที่ว่างจับคางน้องชายแล้วหันไปด้านซ้ายเบาๆ ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปกดปลายจมูกลงบนแก้มอุ่นๆ แรงๆ หนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้แล้วถดตัวกลับลงมานั่งที่เดิม มือขวาหยิบยากับน้ำมาส่งให้มินกยูที่นั่งอ้าปากค้างอยู่


“เอ้า ทีนี้กินยาได้แล้วสินะ?”


“...หะ หอมจริงด้วย"


“ก็หอมน่ะสิ ไม่หอมคงไม่ยอมกินหรอกยาน่ะ รู้หรอกน่า"


“...”


“เอ้า อ้าปาก กินยา"


ตอนยาเข้าปากไปนี่ไม่รู้สึกอะไรแล้วด้วยซ้ำ ดวงตาจับจ้องแต่พี่ชายที่นั่งหน้ายุ่งอ่านฉลากข้างขวดยาอยู่ มินกยูก็คิดแหละว่ายังไงซูนยองก็ต้องหอม เพื่อให้เขากินยา แต่ก็.. ไม่ได้คิดว่าจะยอมง่ายขนาดนี้ รู้ตัวอีกทีซูนยองก็ลุกหายไป แล้วกลับมาพร้อมกะละมังใส่น้ำพร้อมผ้า กับเสื้อยืดกางเกงขาสั้นของเขาแล้ว มินกยูกระพริบตาปริบๆ ตอนที่พี่ชายนั่งลงแล้วหันมามองเขานิ่ง


“เช็ดตัวนะ"


“อ่ะ อื้ม ครับ"


“ถอดเสื้อนะ?”


“อะ ดะได้ครับ"


อยู่ๆ ก็เขิน อาบน้ำด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำแล้วนี่ อยู่ๆ จะให้มาแก้ผ้าโชว์แบบนี้มินกยูก็เขินเป็นนะ แต่ซูนยองกลับดูไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย พอมินกยูเอานิ้วเขี่ยๆ กระดุมซูนยองก็โน้มตัวมาแกะออกให้เองเสร็จสรรพ จนมินกยูยกมือขึ้นมาปิดอกตัวเองแทบไม่ทัน ท่าทางง่กๆ เงิ่นๆ ทำให้พี่ชายหลุดหัวเราะออกมาจนตาหยี


“อะไรน่ะ เขินฉันเหรอ? หืมมินกยู?”


“กะ ก็อยู่ๆ จะให้มาถอดเสื้อโชว์มันก็..”


“ทำอย่างกับฉันไม่เคยเห็นนายแก้ผ้าอย่างงั้นแหละ"


“มันไม่เหมือนกันนี่นา! นั่นมันตอนประถมอยู่เลยนะ!”


“เถอะน่า"


แล้วซูนยองก็จัดการลอกคราบน้องชายจนเสร็จ เว้นแต่กางเกงขาสั้นที่มินกยูขอร้องไว้ก่อนที่ซูนยองจะดึงออกสำเร็จ หลังจากนั้นมินกยูก็ยอมนอนนิ่งๆ ให้พี่ชายเช็ดตัวให้แต่โดยดี ดวงตาจดๆ จ้องๆ อยู่ที่ใบหน้ากลมๆ ของซูนยองที่มีรอยยิ้มบางอยู่ตลอดเวลา จนสงสัย


“ซูน ยิ้มอะไรเหรอ?”


“หืม? อ๋อ ก็แค่คิดว่า จริงๆ แล้วนายก็โตขึ้นเยอะเหมือนกันนะ ครั้งสุดท้ายที่ไม่สบายแล้วฉันต้องมาเช็ดตัวให้แบบนี้ก็ยังตัวกะเปี๊ยกอยู่เลย ดูตอนนี้สิ สูงกว่าฉันซะแล้ว แถมยังตัวใหญ่เชียว"


ใช้เวลาไม่นานก็เช็ดตัวเสร็จ เพราะท่อนล่างมินกยูอิดออดไม่ยอมให้เช็ด ซึ่งซูนยองเองก็ไม่ได้ตื๊ออะไร เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยซูนยองก็จัดแจงให้น้องชายเอนลงนอนตามเดิม แต่พอจะห่มผ้าให้มินกยูก็เริ่มงอแงอีกครั้ง


“ซูนน จะกลับแล้วเหรอ?”


“หืม? เปล่า เดี๋ยวฉันนั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นนี่แหละ เย็นนี้ก็จะทำข้าวต้มให้กินอีก"


ดีจังเลยน้า แต่มินกยูอยากได้มากกว่านั้น


“ซูนน นอนเป็นเพื่อนหน่อยสิ"


“...มินกยู ต้องให้ถามอีกรอบมั้ยว่ากี่ขวบ"


“3 ครับ กลัวผีด้วย"


“ตอนนี้ตอนกลางวัน"


“น้าา ซูนนน น้าา"


“...”


“น้าาาาาาาา ซูนนนนนนนนนน!!”


“โอเคๆๆ มาแล้วๆ"


“เย้!!”


“ถ้าฉันติดหวัดนายล่ะก็ ฉันเอานายตายแน่ เด็กบ้า"


ซูนยองบ่นพึมพำพอเป็นพิธีแล้วก็ปีนขึ้นเตียงไปนอนข้างกันจนได้ มินกยูยิ้มแก้มปริอย่างปลาบปลื้ม วันนี้อ้อนซูนยองได้ตั้งหลายอย่าง ไอ้ที่ไม่คิดว่าจะได้ก็ดันได้ซะทุกอย่างด้วย พอหันซูนยองถึงหมอนปุ๊ป หัวมินกยูก็ถึงไหล่ซูนยองปั๊ป สองแขนยกขึ้นกอดเอวพี่ชายอย่างรวดเร็ว แถมยังเอาแก้มถูๆ อีกตังหาก ซูนยองยอมนอนนิ่งๆ ให้กอดตามใจเพราะรู้ว่าทำอะไรไม่ได้อยู่ดี มือขวาเอื้อมไปปิดไฟแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างน้องชายดีๆ


“ซูนน"


เสียงงัวเงียเต็มที ใกล้หลับแล้ว


“หืม?”


“รักนะครับบ"


“อืมม รักเหมือนกัน นอนได้แล้ว เด็กดื้อ"






“ซูนน ไม่เล่นน้ำด้วยกันจริงๆ เหรออ?”


ซูนยองยกมือขึ้นก่ายหน้าผากแล้วพลิกตัวหนีภาพตรงหน้า หลังจากไข้ลงไม่ถึง 36 ชั่วโมงมินกยูก็ดึงดันจะออกมาเล่นน้ำให้ได้ ซูนยองห้ามจนไม่รู้จะห้ามยังไง แต่ในที่สุดก็ต้องแพ้ลูกตื๊อไปตามระเบียบ แต่มีข้อแม้ว่าเล่นได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมง แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ซูนยองเองก็เบาใจที่น้องชายไม่ได้ดื้ออะไรไปมากกว่านั้น เลยยอมมาเป็นเพื่อน ไม่ได้คิดอะไร.. จนกระทั่งเห็นมินกยูจะแต่งตัวแบบนี้! ตัวโตเป็นยักษ์แต่ดันใส่หมวกว่ายน้ำสีสันสดใสเหมือนตอนเด็ก แถมยังใส่แว่นกันน้ำอีกตังหาก ดูแล้วเหมือนเต่าไปปาร์ตี้จนซูนยองเริ่มอายสายตาคนรอบข้างที่มองมาแล้ว ..วันก่อนที่มาว่ายก็ใส่แบบนี้รึเปล่านะ??


“ซูนนนน มาเล่นน้ำด้วยกันนน"


แถมยังตะโกนเรียกหาเขาไม่หยุด ไม่พอ ยัง ยัง! โบกมือด้วย พอเห็นว่าซูนยองไม่สนใจ เต่าน้อยสีสันสดใสก็เลยว่ายท่าผีเสื้อกลับมาเกาะขอบสระแถมยังเอาคางเกยพื้นพร้อมรอยยิ้มสดใสด้วย ในความคิดเจ้าตัวคงน่ารักสุดๆ แต่ตอนนี้ซูนยองอายจนแทบอยากกระโดดลงน้ำแล้วดำหายลงไปซะเดี๋ยวนี้เลย


“ซูนนนน มาเล่นน้ำด้วยกันหน่อยสิ! ทำไมปล่อยให้ผมเล่นคนเดียวล่ะะะะะ ไหนเมื่อคืนยังบอกว่ารักกันอยู่เลยยย!!”


ตะโกนลั่นสระ สะท้อนก้องไปหมด จนคนแทบทั้งสระหันมามอง แล้วหมวกว่ายน้ำสีขนาดนี้ จะไม่เด่นได้ยังไง หันหน้ามาทางเขา แถมซูนยองยังเป็นคนเดียวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ริมสระ พอเห็นซูนยองค่อยๆ ลุกขึ้นเดินมาใกล้สระมินกยูก็ยิ้มแฉ่ง คิดว่าพี่ชายยอมลงมาเล่นน้ำด้วยกันแล้ว


“ดีใจจังเลยย มาเล่นกันๆ เดี๋ยวผมหาห่วงยางให้-”


ผัวะ!! ซ่าาาา!!


“จมน้ำไปซะคิมมินกยู!!!!!”



ทำไมซูนยองต้องตบหัวมินกยูจนสำลักน้ำด้วย มินกยูไม่เข้าใจ ซูนยองใจร้าย!!

No comments:

Post a Comment