"ซูนน"
"..."
"ซูนนน ซูน ซูน"
"..."
"ซูนน! ซูน! พี่!"
"..."
"พิซูน พี่! พี่! ซูนซูน! พิซูนซูน!"
"..."
"ซูนนยอง นยองซูน ซูนนี่ นยองงี่! ซูนนยองงี่-"
"มีอะไร!!!"
คิมมินกยูแทบกลั้นขำไม่อยู่เมื่อพี่ชายหน้ากลมหันกลับมาตวาดเสียงดังหลังจากถูกรบกวนอยู่นาน จะเรียกว่ากวนประสาทก็คงใช่ แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่นา พี่ซูนยองอยากไม่สนใจเขาก่อนทำไมล่ะ? มัวแต่นั่งทำงานอยู่นั่นทั้งๆ ที่เขานั่งโด่อยู่ตรงนี้แท้ๆ
"ผมหิวข้าว"
"แล้วยังไง?"
"หาข้าวให้กินหน่อยสิ~"
"กี่ขวบแล้ว?"
"แปด"
"สิบห้าต่างหาก!!! โตป่านนี้แล้วยังจะให้ฉันชงนมบดกล้วยให้กินอยู่มั้ย!?"
"ไม่ชอบกินกล้วยแล้วล่ะ ขอเป็นพิซซ่าแทนได้มั้ย?"
"ไปหากินเอง ไป๊!!!!"
"ใจร้ายยยยย"
มินกยูเบะปากอย่างขัดใจเมื่อซูนยองหมุนเก้าอี้กลับเข้าหาโต๊ะอีกครั้ง แถมยังก้มหน้าจนแทบติดกับหนังสืออีกตังหาก นั่นๆ ใส่หูฟังด้วยงั้นเหรอ? จะเกินไปแล้วนะ! ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่างซูนยองอาจจะมุดดินหนีไปเลยก็ได้ มินกยูรีบลุกขึ้นไปยืนข้างหลังเก้าอี้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำอะไร จริงๆ ก็มีคิดไว้ในหัวแล้วนั่นแหละ แต่กลัวจะโดนว้ากใส่อีก ..แต่เขาก็ไม่ได้กลัวโดนว้ากใส่ซักหน่อยนี่เนอะ.. คิดได้แล้วก็กางแขนโน้มตัวลงไปกอดหมับพี่ชายแก้มกลมทันที เอาปลายจมูกถูๆ เอาหูฟังออกจากใบหูซูนยองด้วย ไม่อยากฟังเสียงกันนักใช่มั้ย! นี่แน่ะเป็นไงล่ะ! ซูนยองสะดุ้งจนไหล่สั่น ก่อนจะแผดเสียงลั่น
"คิม มิน กยู!!!!!!! ทำบ้าอะไรห๊ะ!!!!!"
"พาไปกินข้าวหน่อยพาไปกินข้าวหน่อยยยยยยยยยยย!!!"
"ฉันทำรายงานอยู่ไม่เห็นรึไง!! ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ! ปล่อย!! โอ๊ยยยยยย! เป็นหมารึไง!!"
ถึงจะโดนตบหัวจนน่าคว่ำแต่มินกยูก็ไม่เสียดายที่กัดไหล่พี่ซูนยองจนจมเขี้ยว หมั่นไส้ เดี๋ยวนี้พอเข้ามหาวิทยาลัยได้หน่อยก็ต้องเมินกันขนาดนี้เลยรึไงกัน! แค่ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้พี่ซูนยองยังดีๆ อยู่เลย! มินกยูอยากจะกอดให้นานกว่านี้แต่เริ่มเจ็บทั้งหัวทั้งไหล่ที่โดนทุบโดนต่อยจนทนไม่ไหวต้องปล่อย ซูนยองผุดลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเร็วๆ ออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้มินกยูนั่งตรวจสอบแผลฟกช้ำตัวเองอยู่คนเดียว นึกแล้วก็น้อยใจ แค่กอดแค่นี้ต้องทำถึงขนาดนี้เลยรึไง..
ไม่รักไม่เอ็นดูน้องชายคนนี้แล้วใช่มั้ย!
"มินกยู!!!"
ไม่ตอบหรอก งอน
"คิมมินกยู!!"
จะง้อแบบไหนก็ไม่ยอม!
"จะเอาพิซซ่าหน้าอะไร!"
"เอาหน้าที่มีไก่เยอะๆ!!!"
สมใจได้ไม่นาน มินกยูก็ต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดอีกครั้ง ซูนยองใจดีที่สั่งพิซซ่าให้กิน แต่ตั้งแต่สั่งเสร็จ นั่งรอ จนตอนนี้พิซซ่ามาแล้วซูนยองก็ไม่ยอมลุกจากโต๊ะอีกเลย มินกยูมองพิซซ่าในถาด ..ทำไมไก่มันเยอะแบบนี้ จะเรียกว่าพี่ซูนยองใจดีหรือพี่ซูนยองประชดดี..
"ซูนน กินข้าวว"
"..."
"ซูนนนน กินข้าววววว"
"..."
"ซูนนน! พิซซ่าจะเย็นหมดแล้วนะะ!"
"นายก็กินไปสิ!"
"ซูนมากินด้วยกันก่อนสิ!"
"นายกินไปก่อนจะมีปัญหาอะไรมากมั้ยเนี่ย!?"
"ก็.. ไม่อยากกินคนเดียว"
เงียบ มินกยูก้มหน้ามองพิซซ่านิ่ง พยายามทำหน้าเศร้า ไม่นานก็ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ก่อนซูนยองจะลุกจากเก้าอี้มานั่งบนพื้นตรงข้ามกัน สายตาเหลือบเห็นมือที่เปื้อนรอยปากกาหลายสีเอื้อมมาแซะพิซซ่าออกจากถาดแล้วยื่นมาหา
"เอ้า กินซะสิ ต้องให้ป้อนมั้ย?"
แล้วบ่ายนั้นทั้งบ่าย มินกยูก็ยอมเป็นเด็กดีนอนเอกเขนกบนเตียงพี่ชายคนสนิทเงียบๆ ไม่โวยวายไม่รบกวนอะไรอีก แต่เห็นว่าซูนยองนั่งนิ่งไม่ลุกไปไหนเลยก็เริ่มเป็นห่วง หันมองนาฬิกาก็เป็นเวลาบ่ายสามกว่าแล้ว พี่ซูนยองจะไม่ยืดเส้นยืดสาย ไม่ดื่มน้ำ หรือไม่เข้าห้องน้ำซักหน่อยเลยเหรอ? เรื่องเข้าห้องน้ำนี่คงทำอะไรไม่ได้ แต่เรื่องดื่มน้ำกับเรื่องยืดเส้นยืดสายน่ะพอได้อยู่ มินกยูลุกไปเทน้ำจากในครัวแล้วเดินกลับเข้ามาในห้องนอน ..แต่ว่า ถ้าวางไว้ให้คืนนี้ซูนยองก็คงไม่ได้ดื่มหรอก แล้วทำยังไงดี..
"ซูนน"
"..."
"ซูนนน"
"..."
"ซูนน นั่งอยู่อย่างงั้นมาสองชั่วโมงกว่าแล้วนะไม่เมื่อยเหรอ?"
นิ่งแบบนี้อย่าว่าแต่กินน้ำเลย จะยอมหันมารึเปล่าก็ไม่รู้ มินกยูถอนหายใจน้อยๆ วางน้ำไว้บนโต๊ะข้างเตียง แล้วรวบรวมความกล้าเดินไปยืนข้างหลังเก้าอี้ซูนยองอีกครั้ง ครั้งนี้อาจจะโดนมากกว่าครั้งที่แล้วด้วยซ้ำ แต่ยังไงก็ต้องทำ มินกยูมองไปรอบห้อง ..ถ้าให้ยืนละก็ แค่สองวิได้กลับไปนั่งใหม่แน่ๆ งั้นคงจะมีอยู่ที่เดียวแล้วล่ะมั้ง.. หลับตาสวดมนต์อยู่ครู่หนึ่งก็ยื่นสองแขนออกไปรัดลำตัวพี่ชายจากบนเก้าอี้ไว้แล้วยกลอยข้ามพนักเหวี่ยงไปนอนแผ่บนเตียงท่ามกลางเสียงโวยวายดังลั่น
"คิม มิน กยู!!!!!!!!!"
หูทวนลมทุกคำด่า มินกยูคุกเข่าอยู่ตรงกลางระหว่างขาซูนยองที่ยังตวาดแว้ดๆ แล้วยกท่อนขาข้างซ้ายอีกฝ่ายขึ้นไว้บนไหล่ตนเองทำเอาซูนยองเบิกตากว้างอย่างตกใจพลางพยายามกระเด้งขึ้นลุกขึ้นนั่ง สองมือรีบยกขึ้นดันอกมินกยูไว้อย่างร้อนรน
"อย่า อย่านะมินกยูไม่เอา"
"เพื่อตัวซูนเองนะ"
"มินกยู อย่า!!"
"เจ็บนิดนึงนะครับ"
"โอ๊ยยยยยยยย!!!!!"
มินกยูโน้มตัวไปข้างหน้าพร้อมดันท่อนขาที่ถีบไปมาของซูนยองไปด้วย จับบิดซ้ายทีขวาที ก่อนจะวางขาซ้ายแล้วดึงขาขวาขึ้นมาทำแบบเดียวกัน กว่าจะบริหารร่างกายให้พี่ชายเส้นยึดเสร็จ ซูนยองก็แน่นิ่งไปแล้ว ..หรือครั้งนี้จะทำแรงไป?..
"ซูน? ซูนน?"
"..."
"เจ็บมากเลยเหรอ? ผมขอโทษ แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ร่างกายซูนแก่ก่อนวัยแน่"
"..."
"นวดหน่อยนะ"
"โอ๊ยย หนักก หนัก หนักก!"
"ให้นวดหนักกว่านี้อีกเหรอ นี่หนักแล้วนะเดี๋ยวหลังจะช้ำเอา"
"ฉันหมายความว่านายหนัก!! ขึ้นมานั่งบนหลังทำไม ลงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!! อ่อกก จะแบนแล้วว!!!"
"อ่าวเหรอ ทีตอนเด็กๆ ยังชอบให้ผมนั่งทับอยู่เลย"
“นั่นมันกี่ปีมาแล้วห๊ะ!!ไอ้เด็กบ้า!!!!”
ซูนยองกลับไปที่โต๊ะอีกแล้ว หลังจากระบมไปหมดทั้งตัว แล้วก็ยอมดื่มน้ำด้วย แค่นี้คงพอแล้วล่ะสำหรับมินกยู รู้ว่าซูนยองคงเหนื่อย คงเครียดกับเรื่องการเรียน ใครๆ ก็บอกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยกับในโรงเรียนมันต่างกันเยอะ มินกยูก็ไม่ได้อยากจะทำให้ซูนยองลำบากกาย ลำบากใจหรอก
..แต่ แค่บางทีก็ เหงานิดหน่อย..
ก็เลยออกไปซื้อข้าวเย็นที่ปากซอยมาให้ จัดใส่จานเสร็จเรียบร้อยก็เรียกพี่ซูนยองมากิน คราวนี้พี่ซูนยองมากินแต่โดยดี ตาปรือๆ หน้าตาเหนื่อยๆ แน่ล่ะอ่านมาทั้งวันแล้วนี่นา พอกินเสร็จมินกยูก็เป็นคนล้างจานให้เสร็จสรรพ แล้วก็ชวนซูนยองออกไปเดินเล่น ชวนอยู่สิบกว่านาทีแทบต้องเผาโต๊ะหนังสือทิ้ง ในที่สุดซูนยองก็ยอมเดินออกจากบ้านมาด้วย
"ซูน ไปดูร้านหนังสือการ์ตูนกัน!"
"อืมม"
ซูนยองทำหน้ามึนๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดๆ แต่มินกยูจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นก็แล้วกัน กลายเป็นว่ามินกยูเข้าไปยืนดูหนังสือการ์ตูนในร้านคนเดียวในขณะที่ซูนยองยืนกดโทรศัพท์อยู่หน้าร้าน ..แบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร.. คิดว่าจะพาออกมาเดินในซอย เข้าร้านเก่าๆ ที่เมื่อก่อนเคยวิ่งเล่นด้วยกันเป็นประจำซะหน่อย เผื่อพี่ชายคนนี้จะระลึกได้แล้วกลับมาสนใจกันบ้าง แต่ถ้าเป็นแบบนี้กลับบ้านซะดีกว่าล่ะมั้ง.. กำลังจะก้าวเท้าออกมานอกร้าน ก็มีผู้ชายสามสี่คนเดินเข้ามาทักพี่ซูนยอง แล้วก็คุยกันท่าทางสนุกสนานเชียว พี่ซูนยองเองก็.. ยิ้มซะกว้างเลย ทั้งๆ ที่วันนี้ทั้งวันเขายังไม่ได้เห็นพี่ซูนยองยิ้มซักนิด ไม่สิ นานมาแล้วด้วยซ้ำที่มินกยูไม่เห็นพี่ซูนยองยิ้มเลย ถึงจะรู้สึกอึดอัดในอกแปลกๆ มินกยูก็ยังฝืนใจเดินเข้าไปหา ยื่นมือไปดึงชายเสื้อซูนยองเบาๆ
“ซูน"
ไม่ตอบ มัวแต่คุยกับเพื่อนเพลิน
“ซูน"
ไม่หัน จนเพื่อนพี่ซูนยองเองที่เห็นแล้วถึงเรียกให้หันมา
“อะไรเล่า?”
“..อยากกลับบ้านแล้ว กลับบ้านกัน"
“นายกลับไปก่อนเลย เดี๋ยวตามไป"
แล้วก็หันกลับไปเลย มินกยูเม้มปากแน่น แล้วก้าวเร็วๆ จากมาทันที เขารู้ตัวดีว่าโตแล้ว อายุตั้งสิบห้า ไม่ควรทำตัวเป็นเด็กๆ แบบนี้ รู้ว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีน้องมินกยูตัวเล็กของพี่ซูนยอง แล้วก็ไม่มีพี่ซูนยอง พี่ชายคนสนิทที่คอยเอ็นดูน้องมินกยูอีกแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลง ถ้ามันไม่มาถึงรวดเร็วแบบนี้ก็คงดี พอพี่ซูนยองเข้าไปในสังคมใหม่ๆ เจอคนใหม่ๆ คบเพื่อนใหม่ๆ ก็จะทิ้งกันแบบนี้เลยรึไงนะ?
...ทำไม
ถึงใจร้ายแบบนี้!!!! พี่ซูนยองบ้า!!!
ถึงจะทั้งเสียใจ ทั้งงอน ทั้งน้อยใจ ทั้งดราม่า แต่มินกยูก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้หนีไปไหน บ้านก็มีอยู่แค่นี้ ห้องนอนซูนยองก็คือห้องนอนของเขาด้วยตั้งแต่ย้ายมาอยู่เมื่อสิบปีที่แล้ว ทางที่จะเรียกร้องความสนใจได้ที่สุดก็มีอยู่ไม่กี่ทางเท่านั้นแหละ มินกยูหอบหมอนผ้าห่มของตัวเองมานั่งหน้ามู่ทู่อยู่บนโซฟา พอได้ยินเสียงประตูหน้าบ้านก็รีบกระโดดลงนอนหันหน้าเข้าหาพนักโซฟาทันที เอาสิ ประท้วงนอนห้องนั่งเล่นขนาดนี้ถ้าไม่สนใจกันให้มันรู้ไป..
แต่ถ้าไม่สนใจจริงๆ มินกยูจะเสียใจมากนะ
“มินกยู"
“...”
“ทำไมมานอนตรงนี้ล่ะ?”
“...”
“ซื้อไอติมมาฝาก เรนโบว์มีเม็ดเป๊าะแป๊ะแบบที่ชอบไง"
ฮึ
“มินกยู"
“...”
“นี่! โตป่านนี้แล้วยังจะมางอนกันอีกเหรอ? ห๊ะ!?”
ป้าบ!!
“เจ็บนะ!! ตีผมทำไม!!”
“ก็งอนทำไมเล่า!! เมื่อกี๊ฉันเจอเพื่อน! ก็เลยคุยด้วยนิดหน่อยเอง!”
“ใช่สิ! เพื่อนที่มหาวิทยาลัยสำคัญมากนี่! น้องคนนี้มันไม่สำคัญแล้ว! ไม่ต้องมาสนใจใส่ใจหรอก!”
“มินกยู อย่าดราม่า"
“พอเข้ามหาวิทยาลัยหน่อย หมากรุกก็ไม่ยอมเล่นด้วย บอลก็ไม่ยอมไปเตะด้วย ไม่ยอมไปยืนอ่านการ์ตูนที่ร้านด้วยกัน ขนมก็ไม่ยอมซื้อมาฝาก ไม่ยอมคุยด้วย เอาแต่บอกว่ายุ่งอยู่ ไม่มีเวลา อ่านแต่หนังสือๆๆ ทั้งวันทั้งคืน หน้ายังแทบไม่มองเลย! ยิ้มก็ไม่ยิ้ม! แต่พอเจอเพื่อนที่มหาวิทยาลัยล่ะคุยเพลินเลยนะ!”
“...”
“ซูนน่ะใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย"
ไม่อยากดราม่าเลยแต่มันออกมาเอง ซูนยองมองหน้ามินกยูนิ่ง ตาไม่เบิกกว้างอาจจะเพราะเบิกไม่ขึ้น ปากเผยอน้อยๆ บ่งบอกว่าตกใจอยู่ สตั๊นไปหลายวินาทีก่อนจะวางถุงไอติมไว้บนโต๊ะแล้วเดินเข้ามาหา มินกยูทำท่าจะขยับหนีเล็กน้อยตามสเต็ปงอนต้องการคนง้อแต่ก็ถูกรวบเข้าไปกอด หน้าซุกจมอกพี่ชาย พอรู้สึกถึงฝ่ามือที่ลูบกลางหัวเบาๆ แบบที่ชอบทำตอนปลอบเขาสมัยเด็กๆ ก็รู้สึกร้อนผ่าวที่กระบอกตาแปลกๆ
“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง"
“ไม่ได้ร้องไห้ซักหน่อย"
“ก็.. ช่วงนี้ยุ่งๆ น่ะ-”
“คำนี้อีกแล้ว เกลียดที่สุดเลย"
“แต่มันก็จริงนี่นา ต้องปรับตัวเยอะน่ะ เรื่องเรียนที่มันยากขึ้น หนังสือต้องอ่านเยอะแยะ แล้วก็เรื่องเพื่อนด้วย ลำบากอยู่เหมือนกันนะ โดยเฉพาะคนที่ปกติไม่ค่อยมีเพื่อนของฉันน่ะ"
“...”
“ก็สิบปีที่ผ่านมานี่.. ฉันมีนายแค่คนเดียวนี่นา"
“...”
“ลืมไปหมดแล้ว ว่าเข้าสังคมยังไง ผูกขาดแต่กับเด็กบ้าแบบนายมาตั้งกี่ปี หืม?”
“...”
“แต่ฉันก็อาจจะสุดโต่งเกินไป ฉันก็.. ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายเสียใจนะ เพราะงั้นก็ ขอโทษแล้วกัน ต่อจากนี้ไปฉันจะไม่ทำให้นายน้อยใจอีกแล้ว ดีมั้ย?”
“อือออ"
“ถ้าดีก็ขนหมอนขนผ้าห่มกลับเข้าไปในห้องได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะเอาไอติมไปเก็บ"
“อะ อ้าว เอาไปเก็บทำไมล่ะ ซื้อมาฝากผมไม่ใช่เหรอ?”
“อาบน้ำแปรงฟันแล้วนี่นา ไม่ให้กินแล้ว"
“อะไรอ่าาาา"
ขนหมอนขนผ้าห่มกลับเข้ามาในห้องเรียบร้อย นั่งจุ้มปุ๊กตาแป๋วอยู่บนเตียง เพราะซูนยองกลับไปที่โต๊ะหนังสืออีกแล้วน่ะสิ.. นั่งรอก็แล้ว เอนรอก็แล้ว นอนตะแคงรอก็แล้ว อ่านหนังสือไม่เสร็จซักที มินกยูจะโมโหแล้วนะ!
“ซูนนน"
“...”
“ซูนนนนนนนน"
“...หื้ม?”
“ซูน!!”
“อะไรๆ มีอะไร?”
“มานอนกัน"
“เดี๋ยวนะ ขอบทนี้จบก่อน"
“นี่มันห้าทุ่มแล้วนะ..”
“...”
“ไหนบอกจะไม่ทำให้เสียใจแล้วไง..”
“มินกยู ไม่งอแงสิ"
“มานอนนะะะ มานอนนะซูนนนมานอนนนนนน"
“โอเคๆๆ ไปก็ได้"
ไม่คิดว่าจะลุกมาจริงๆ มินกยูเตรียมจะไปอุ้มมาจากโต๊ะแล้วด้วยซ้ำ แต่ซูนยองก็ลุกขึ้นมาซะก่อน ปิดไฟเรียบร้อยทำท่าจะเดินเข้าห้องน้ำแล้วก็หันมามองมินกยูที่ไถตัวลงนอนเรียบร้อย
“ก่อนนอนต้องทำอะไร?”
“...”
“มาล้างมือ!”
แล้วก็พากันเข้าไปล้างมือเรียบร้อยทั้งๆ ที่มีซูนยองคนเดียวที่มือเลอะปากกา มินกยูตั้งแต่อาบน้ำเสร็จก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซักอย่าง นอนเกะกะไปมาแต่ก็ยังต้องไปล้าง ก็ซูนยองสอนมาแบบนี้ ต้องทำตามเท่านั้นแหละ มินกยูปีนขึ้นเตียงไปก่อน นอนชิดด้านในแล้วซูนยองก้าวตามขึ้นมา เตียงห้าฟุตหลังเดิมที่ทั้งสองนอนด้วยกันตั้งแต่ตอนเด็กๆ ถึงตอนนี้จะโตแล้วก็ยังพอนอนได้แม้จะอึดอัดไปหน่อย ซูนยองเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง พอมืดปุ๊ป มินกยูก็อ้อนปั๊ป
“ซูนน กอดหน่อย"
“...นายอายุเท่าไหร่"
“สี่"
“ทำไมมันลดลงมาเรื่อยๆ เมื่อเช้ายังแปดอยู่เลย"
“นะ กอดหน่อยนะ"
“...ตัวโตขนาดนี้ใครจะไปกอดลงกัน"
“งั้นซูนไม่ต้องกอด ผมกอดเอง"
“ไม่ต้อง!”
ไม่ทัน มินกยูคว้าร่างพี่ชายเข้ามากอดแน่น เอาแก้มถูไหล่ซูนยองแรงๆ จนอีกฝ่ายโวยวายลั่น เท้ายันเข้ามาเต็มๆ ที่ชายโครงแต่มินกยูก็ไม่หวั่นไหวสะทกสะท้านแต่อย่างใด ดิ้นไปดิ้นมาถีบไปถีบมาซูนยองก็เหนื่อยไปเอง ตามแผน เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบหนักที่ค่อยๆ แผ่วลง มินกยูแอบยิ้มในความมืดเมื่อซูนยองล้มเลิกการจะสลัดตัวออกจากอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนเป็นขยับตัวหาท่าที่สบายแทน มินกยูรอให้ซูนยองนอนดีๆ ก่อนแล้วค่อยโน้มหน้าเข้าไปชิดใบหูพี่ชายแล้วกระซิบเสียงแผ่วเบา
“ผมรักซูนนะ รักที่สุดเลย"
“รักเหมือนกัน เด็กบ้าเอ๊ย"
เย้
No comments:
Post a Comment