ซูนยองล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยก็เดินเข้ามาในโซนเตียงของห้องนอน
เขาหยีตาเล็กน้อยเพราะไฟไม่ได้เปิด
มีเพียงแสงสีส้มสลัวๆ
พอเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อยก็เห็นเทียนวางอยู่ตามโต๊ะและชั้นวางของในห้อง
คงจะเป็นเทียนหอม เพราะได้กลิ่นหวานๆ
ด้วย บนเตียงมีกลีบกุหลาบที่จัดเรียงเป็นรูปหัวใจอยู่
ซูนยองรู้สึกร้อนๆ ยังไงแปลกๆ
เขาพอเดาได้แล้วล่ะว่าน้องตั้งใจจะทำอะไร
นั่น มีไวน์อยู่ที่โต๊ะข้างเตียงอีก
“ซูน~
มาแล้ว"
“เย้ย!
มินกยู!
อยู่ๆ
มากอดตกใจหมด แล้วนี่อะไรเนี่ยหืม?”
“ซูนนั่งก่อนสิ~”
มินกยูดึงมือเขาไปนั่งบนเตียงด้วยกัน
ซูนยองมองหน้าน้องชาย
สีหน้าดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
แถมยังยุกยิกไปมา
มือที่กุมมือเขาไว้ก็เขี่ยนิ้วเขาเล่นอีก
ซูนยองยิ้มอ่อนๆ
ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปหอมแก้มน้องเบาๆ
เขาไม่อยากให้น้องตื่นเต้น
ไม่ว่ามินกยูจะวางแผนทำอะไรก็ตาม
แค่เวลาอยู่กับเขา
เขาไม่อยากให้มินกยูต้องคิดมาก
มินกยูยิ้มตอบและดูเกร็งน้อยลง
น้องชายก้มมองมือที่กุมกันไว้ครู่หนึ่งก่อนจะช้อนตามองเขาแล้วเริ่มพูดด้วยเสียงแผ่วเบา
“ซูน
ซูนอยู่กับผมมีความสุขมั้ย?”
“มีสิ
อยู่กับนายฉันมีความสุขตลอดนั่นแหละ"
“ผมก็เหมือนกันนะ
แล้วซูน รักผมมั้ย?”
“รักสิ
รักที่สุดเลย"
“ผมก็รักซูนที่สุดเหมือนกัน"
มินกยูเงียบไปครู่หนึ่ง
ซูนยองไม่ได้เร่งน้อง
เขานั่งเงียบๆ ปล่อยให้มินกยูค่อยๆ
คิด ค่อยๆ เรียบเรียงคำพูดตัวเองดีๆ
มินกยูกัดริมฝีปากล่างตัวเองแล้วสอดส่ายสายตาไปมา
ก่อนจะเริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“รัก
แบบไหน รู้รึยังครับ?”
ซูนยองไม่ตอบ
เขายังไม่รู้จะตอบยังไง
เขายังตอบคำถามนี้ไม่ได้
มินกยูเองก็เหมือนจะรู้
ถึงได้พูดต่อขึ้นมา
“ตอนนั้น
ผมบอกว่าผมรักซูน
รักแบบที่ไม่ใช่พี่น้องกัน
ซูนบอกผมว่าซูนไม่แน่ใจ
ยังไม่มั่นใจ ผมก็เลยขอให้เราเป็นแฟนกันปลอมๆ
ไปก่อน เพื่อเราจะได้ทบทวนความรู้สึกตัวเอง
ว่า ที่รู้สึกมันเป็นแบบไหน
มันใช่รึเปล่า ใช่มั้ยฮะ?”
“อื้ม
ใช่"
“หลังจากนั้นเราก็อยู่ด้วยกันมาแบบนี้
แบบที่ ไม่ใช่แค่พี่น้องกัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมามันยิ่งทำให้ผมแน่ใจ
ว่าผมรักซูนจริงๆ และก็รักในแบบที่
ไม่ใช่แค่พี่น้อง รักแบบที่
ชีวิตนี้ผมไม่ต้องการใครอีก
ผมต้องการแค่ซูนคนเดียว
อย่างน้อย ในตอนนี้ผมก็รู้สึกแบบนั้น"
มินกยูเงยหน้าขึ้นจ้องตาพี่ชาย
แววตาของน้องชายมีความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม
อาการเกร็งๆ เมื่อครู่ได้หายไปหมดแล้ว
สองมือกอบกุมมือของพี่ชายไว้แน่นก่อนจะขยับตัวเข้ามาชิดมากขึ้น
ซูนยองอ้าปากเล็กน้อย
แล้วก็ปิดลงใหม่ เขาไม่แน่ใจว่าจะตอบอะไร
เพราะงั้นวันนี้เขาจะฟัง
ฟังความรู้สึกของมินกยูทั้งหมด
ทั้งหมดที่น้องชายต้องการจะบอก
“ซูนอาจจะกังวล
กังวลว่าอนาคตผมอาจจะเปลี่ยนใจ
อาจจะกังวลเรื่องครอบครัว
สายตาคนรอบข้าง ความผิดชอบชั่วดี
หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผมจะบอกซูนนะ
ว่าผมไม่สนใจ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
ซูนอาจจะบอกว่าผมคิดน้อยไป
ตามอารมณ์ตัวเองมากไป
ผมเองก็มีบางครั้งที่คิดแบบนั้น
แต่ซูน ชีวิตคนเรามันสั้นนะ
ซูนจะเลือกอะไร
ระหว่างกังวลเรื่องในอีกห้าปี
สิบปีข้างหน้าที่เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง
หรือจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองในวินาทีนี้"
“...มินกยู"
“แล้วมันก็ไม่ใช่ว่าผมจะทำผิดอะไร
ผมไม่ได้ทำร้ายใคร
ผมไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย
ผมไม่ได้ทำอะไรผิดศีลธรรม
ซูน ผมแค่รักซูน เราแค่รักกัน
เท่านั้นเอง ผมอยากจะขอร้อง
ขอร้องให้ซูนเลิกกังวล
เลิกปกป้องผม"
“...”
“แล้วจับมือผม
เดินไปพร้อมกับผมแทน"
“...”
“ตอนนั้น
ผมขอให้ซูนเป็นแฟนปลอมๆ
กับผม เพราะผมเองก็ยังมีอะไรๆ
วุ่นวายเต็มหัวไปหมด
ตอนนั้นผมเพิ่งรู้ตัวว่ารักซูน
รักมากจริงๆ แล้วก็คิดแต่ว่า
การที่ผมรู้ตัวแบบนี้
มันจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราต่างไปยังไง
จากพี่น้อง เป็นแฟน
ผมเลยมัวแต่ไปสนใจเรื่องการเป็นแฟน
ว่ามันเป็นยังไงโดยไม่ได้คิดอะไรให้ดีก่อนแต่ตอนนี้
ผมมานั่งคิด นั่งทบทวนแล้ว"
“...”
“ชีวิตนี้
ผมคงทนไม่ได้
ถ้าต้องเห็นซูนไปรักกับใครที่ไม่ใช่ผม
ผมแน่ใจในความรู้สึกนี้
มันจะไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน
เพราะงั้นผมถึงมั่นใจ
มั่นใจว่าผมอยากจะรักกับซูน
ในแบบนี้ แล้วซูนล่ะ?
ตัดความผิดชอบชั่วดีอะไรเยอะแยะนั่นไปก่อน
เอาความรู้สึกจริงๆ ซูนทนได้มั้ย
ถ้าผมจะไปรักกับคนอื่น?”
“..ฉัน
เอ่อ"
ซูนยองตอบไม่ออก
เขาเกลียด เกลียดด้านนี้ของตัวเองที่สุด
เขาไม่อยากตอบออกไปว่าตัวเองเห็นแก่ตัวมากแค่ไหน
ตัวเองเสแสร้งมากแค่ไหน
ที่พูดปาวๆ ว่าอยากให้น้องชายเปิดกว้าง
ให้โอกาสตัวเอง
รอผู้หญิงที่ดีในอนาคตข้างหน้า
แต่ในความจริงแล้ว
เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
เขาไม่อยากยอมรับ ไม่อยากเลยจริงๆ
เพราะถ้าเขาเก็บไว้กับตัวเอง
บางที มันอาจจะ-
“ซูน
ตอบผมมาเถอะครับ
เรารู้จักกันมาสิบกว่าปีแล้ว
ซูนคิดว่าซูนปิดอะไรผมได้งั้นเหรอ?”
นั่นสินะ
ก็คงปิดอะไรไม่ได้แล้วนั่นแหละ
แล้วเขาเองก็เหนื่อย
เหนื่อยเหลือเกิน
ต้องต่อสู้กับคนอื่นมันเหนื่อยก็จริง
แต่ต้องสู้กับตัวเองนี่แหละที่เหนื่อยที่สุด
ยิ่งเป็นเรื่องที่เขาเองก็ต้องการด้วยแล้ว
ยิ่งยาก มินกยูจับมือเขาแน่นแล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้
ซูนยองหลับตาแน่นแล้วก้มหน้าลง
เขากำลังจะแพ้
ไม่อยากเลย
ให้ตายสิ
“ซูน
ซูนรักผมมั้ย?”
“รัก"
รักที่สุด
“ซูน
อยากจะอยู่กับผมมั้ย"
“..อยากสิ"
อยากจะอยู่ด้วยกันไปตลอด
“ซูนอยากเห็นผมไปรักกับคนอื่นมั้ย"
“..ไม่"
เป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย
มินกยูดึงตัวพี่ชายเข้ามากอดแน่น
ซูนยองซบใบหน้าลงบนไหล่ของน้องชาย
มืออุ่นๆ ลูบแผ่นหลังเขาไปมา
มินกยูรู้จักพี่ชายของเขาดี
การยอมรับออกมาแบบนี้มันยากมาก
และเขาก็ดีใจ โล่งใจ
ที่พี่ชายยอมพูดความต้องการของตัวเองออกมาบ้างสักที
เขาต้องการแค่นี้แหละ
สำหรับวันนี้ การจะทลายกำแพงของซูนยองน่ะมันยาก
จะให้พังลงมาทีเดียวเขาก็เป็นห่วงสภาพจิตใจของพี่
ค่อยๆ กะเทาะมันออกมาจะดีกว่า
เพราะยังไง
เขาก็รู้อยู่แล้ว ว่าจริงๆ
แล้วพี่ชายรู้สึกยังไง
ถึงจะพยายามปิดไว้มากแค่ไหนก็ตาม
“มะ
มินกยูแต่ฉัน-
ฉันก็ยัง-
อื้อ"
มินกยูผละออกจากอ้อมกอดแล้วรั้งท้ายทอยพี่ชายมาจูบปิดปากทันที
ทีแรก เขาก็แค่อยากจะให้ซูนยองหยุดพูด
แล้วก็หยุดคิดมาก
เขารู้อยู่แล้วว่าให้ซูนยองพูดความจริงได้ไม่นานหรอก
เดี๋ยวพี่ชายเขาก็เริ่มจิตวิญญาณพระเอกผู้เสียสละเข้าสิง
เริ่มพูดเรื่องความถูกต้องขึ้นมาอีก
แต่ว่า พอจูบแล้ว
เขาก็เหมือนจะหยุดไม่ได้
เขากดใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้น
ใกล้ขึ้น ริมฝีปากบดเบียดมากเข้าไปอีก
จนเมื่อริมฝีปากของซูนยองเผยอออก
เขาก็ยิ่งแนบชิดเข้าไปอีก
เขาจะทลาย ทลายกำแพงทุกด่านที่ซูนยองตั้ง
เขาจะกอดพี่ชายของเขาให้แน่นที่สุด
จะไม่ให้หนีไปไหนเด็ดขาด
ซูนยองรู้สึกตาลาย
กว่ามินกยูจะยอมถอนจูบออกไปเขาก็แทบหมดลมหายใจ
รู้ตัวอีกที ด้านหลังของน้องชายจากที่เป็นผนัง
ก็กลายเป็นเพดานไปแล้ว
ใบหน้าของมินกยูอยู่ใกล้มาก
น้องแค่ถอนจูบเท่านั้น
ไม่ได้ขยับออกไป ปลายจมูกยังคงแตะกัน
ลมหายใจอุ่นรดใบหน้ากันและกัน
ซูนยองอยากจะหันหน้าหนี
แต่ก็ละสายตาไปไม่ได้เลย
มือขวายกขึ้นลูบแก้มน้องชายโดยอัตโนมัติ
มินกยูยิ้มแล้วกดริมฝีปากลงมาอีกครั้ง
“อา
มินกยู ฉัน-
ฉัน-”
“ซูน
ผมอยากขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ยครับ?”
“ขออะไร?”
“ขอให้ซูนซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองหน่อย
ได้มั้ยครับ?”
“ฉัน-
คือ-”
“ซูน
ถ้าซูนรักผม อยากให้ผมมีความสุขจริงๆ
ล่ะก็ ช่วยพูดความจริงกับผม
แทนที่จะโกหกเพื่อปกป้องผม
ได้มั้ยครับ?”
“ฉัน
เอ่อ จะพยายาม"
“ขอบคุณครับ
งั้น คำถามแรก ซูนรักผมใช่มั้ยครับ?”
“อะ
อื้อ"
“รัก
แบบที่ไม่ใช่แค่พี่น้องใช่มั้ยครับ?”
“...เอ่อ"
“โอเค
เปลี่ยนคำถาม เวลาเราจูบกัน
ซูนรู้สึกดีมั้ยครับ?”
“อื้ม
รู้สึกดี"
“เวลาเรากอดกัน
หอมกัน ใช้เวลาด้วยกัน
ซูนก็มีความสุข ใช่มั้ยครับ?”
“อื้อ"
“ซูนอยากจะอยู่กับผม
ตลอดไปมั้ยครับ?”
“..อื้อ"
“ซูน
เป็นแฟนกันนะครับ”
ซูนยองชะงักไปเล็กน้อย
มินกยูส่งยิ้มมาให้เขาและไม่ได้พูดอะไรต่อ
รอฟังเขาตอบอย่างใจเย็น
ตอนนี้ในหัวของซูนยองมีอะไรตีกันมั่วไปหมด
จริงๆ สถานะมันไม่สำคัญนักหรอก
แต่การกระทำที่จะพ่วงมากับสถานะต่างหากที่สำคัญ
การตัดสินใจ เส้นทางในอนาคตต่างหากที่สำคัญ
แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆ
เขากับมินกยูในตอนนี้
จะเรียกว่าแฟนกันมันก็ไม่ผิดแล้ว
เพราะไม่ว่าจะดูยังไง
ตอนนี้มันก็ก้าวข้ามคำว่าพี่น้องมาไกล
ไกลเกินกว่าจะย้อนกลับไป
เขาไม่รู้หรอก ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง
ไม่รู้ว่ามันถูก หรือผิด
ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเป็นยังไง
แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่มินกยูพูดและทำให้เขานึกได้
เขาจะมัวแต่ยึดติดกับสิ่งรอบข้าง
จนละทิ้งความสุขของมินกยูไม่ได้
ไม่สิ ความสุขของตัวเขาเองด้วย
และก็ถูกต้อง ชีวิตมันสั้น
ถึงมันจะยาวพอให้เกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย
แต่มันก็สั้นเกินไปที่จะปล่อยให้ความรัก
และความสุขหลุดมือ
เขาอาจจะต้องเสียใจไปทั้งชีวิตก็ได้
เพราะงั้น
เขาจะลองเชื่อ
ลองเชื่อในความรู้สึกตัวเองดูสักครั้ง
เชื่อในความรักของเขาและมินกยูดูสักครั้ง
“อื้อ
เป็นสิ"
มินกยูยิ้มกว้าง
แววตาเต็มไปด้วยความสุขและนั่นทำให้ซูนยองยิ้มออกมาด้วย
เขาไม่เคยเห็นน้องชายมีความสุขขนาดนี้มาก่อนเลย
และนั่นก็ทำให้เขามั่นใจขึ้นมานิดหนึ่ง
ว่าสิ่งที่เขาเลือกในวันนี้จะไม่ทำให้เขาเสียใจในภายหลัง
มินกยูจูบเขาอีกครั้ง
เป็นจูบที่นุ่มนวล อ่อนโยน
แต่ก็หนักหน่วง
ซูนยองยกแขนขึ้นโอบแผ่นหลังน้องชายไว้แล้วจูบตอบ
ใช่ เขาจูบตอบ สองมือลูบไปตามสีข้างของน้อง
แล้วรั้งตัวให้ลงมาแนบกันมากขึ้น
มินกยูท้าวศอกกับผืนเตียง
ถอนริมฝีปากออกเพื่อมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้ง
“ไม่อยากจะเชื่อเลย
ซูน ซูน"
“อะ
อืมม"
มินกยูกับซูนยองจูบกันอยู่พักหนึ่ง
ราวสิบนาที จะว่าสั้นก็สั้น
เพราะทั้งสองดำดิ่งไปกับรสจูบจนลืมเวลา
แต่จะว่านานก็นาน
นานมากพอจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นจากปกติ
ในคืนนี้ ซูนยองปล่อยหมดแล้วทุกอย่าง
ปล่อยความเชื่อ ปล่อยความกังวล
ปล่อยสำนึกปกติของตัวเองทิ้ง
มินกยูเริ่มจูบไล่มาที่แก้ม
ลงมาตามลำคอ และลดต่ำลงมาแถวอก
ชุดคลุมอาบน้ำถูกดึงออกจากไหล่
ร่นลงไปที่ช่วงศอก
มินกยูจ้องมองร่างกายของพี่ชายด้วยสายตาพร่ามัว
ตอนนี้เหมือนมีหมอกจางๆ
บังตาเขาอยู่
มีเพียงความรู้สึกเท่านั้นที่แจ่มชัด
และแน่นอน ความต้องการ
มินกยูจูบลงตรงกลางอก
ซูนยองสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อน้องแตะปลายนิ้วลงมาที่จุดไวสัมผัสช่วงอก
ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นปะทุขึ้นมาในช่องท้อง
ความรู้สึกที่หนักหน่วงและรุนแรงเหมือนพายุ
และร้อนระอุเหมือนไฟ
ซูนยองยกแขนขึ้นปิดปาก
เขาพยายามกั้นไม่ให้เสียงอะไรหลุดออกจากปากไปได้
แต่ก็ต้านทานไม่ไหวเมื่อถูกปลุกเร้ามากยิ่งขึ้น
มินกยูเหมือนถูกปลดสลักออกจากตัว
มือของเขาปัดป่ายไปทั่วร่างของพี่ชาย
เมื่อได้รับอนุญาต
เขาก็จะทำในสิ่งที่อยากทำ
และทุกสิ่ง ที่อยากจะทำมาโดยตลอด
ชุดคลุมอาบน้ำหลุดลงไปอยู่ช่วงสะโพก
ชายผ้าด้านล่างถูกรั้งขึ้นมากองรวมอยู่ด้วยกัน
ซูนยองรู้สึกถึงเม็ดเหงื่อที่ซึมตามไรผม
อยากจะปิดตาหนีภาพตรงหน้าไปเพราะความเขินอาย
แต่ก็ไม่สามารถละสายตาไปได้เลย
มินกยูกำลังมัวเมาอยู่กับร่างกายของพี่ชาย
สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้เป็นสิ่งที่เขาฝันมานาน
จนแทบไม่อยากจะเชื่อว่ามันกำลังเกิดขึ้นอยู่จริงๆ
ผิวเนื้ออุ่นของพี่ชายแนบลงมาที่สองข้างแก้ม
สั่นเทา
ประกอบกับเสียงร้องแผ่วเบาที่พยายามกลั้นไว้ทำให้ไฟในตัวเขายิ่งโหมกระพือหนักขึ้ไนปอีก
มินกยูเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของพี่ชายแล้วยิ้มออกมาก่อนจะกดจูบเบาๆ
ช่วงหน้าท้อง
“อย่ากลั้นเสียงเลยครับ
ร้องออกมาเถอะ ผมอยากฟัง"
ซูนยองไม่ตอบ
และเมื่อมินกยูก้มหน้าลง
ผิวเนื้อนุ่มของพี่ชายก็แนบลงมาที่ช่วงแก้มอีกครั้งพร้อมกับเสียงร้องที่ดังขึ้นเล็กน้อย
มินกยูสอดแขนเข้าใต้สะโพกคนพี่
กระชับให้เขาได้กลืนกินพี่ชายลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
ซูนยองร้องปานจะขาดใจ
ทุกอย่างมันอัดอั้น เต็มอกเขาไปหมด
จนเมื่อมันแตกระเบิดออกมา
เขาก็ได้แต่รับทุกความรู้สึกที่หลั่งไหลเข้ามา
เขาเอง
ก็ต้องการมันไม่ได้ต่างจากน้องชายหรอก
ในคืนนี้
มินกยูค่อยๆ ทลายกำแพงของซูนยองทีละชั้น
ทีละชั้น จนซูนยองเปลือยเปล่า
ทุกอย่างถูกเปิดเผยออกทั้งหมด
ทั้งจุดที่แข็งที่สุด
และจุดที่เปราะบาง อ่อนไหวที่สุด
ในจุดที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็นมาก่อน
ในจุด ที่ไม่เคยถูกใครสัมผัสมาก่อน
ซูนยองกำผ้าห่มแน่น
มินกยูพยายามอ่อนโยนอย่างที่สุด
แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ทั้งคู่
ความตื่นเต้น
และความตื่นกลัวก็ทำให้เกร็งได้ง่าย
สี่แขนตระกองกอดกันไว้
และขยับไปข้างหน้าด้วยกัน
ซูนยองร้องเสียงสั่น
ทุกอย่างประดังประเดเข้ามาพร้อมกันจนเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
แต่ในขณะที่เจ็บเสียด
มันก็สุขสมไปพร้อมกัน
มินกยูจูบที่ใบหูเขา
และกระซิบถ้อยคำอ่อนหวานอยู่ตลอด
ซูนยองผ่อนคลายลงเล็กน้อย
และเปิดรับทุกอย่างของมินกยูอย่างใจเย็น
ร้อน
ร้อนไปหมด จากสัมผัสอ่อนโยน
กลายเป็นหนักหน่วง รุนแรง
จากเชื่องช้า ก็ค่อยกระชั้นถี่ขึ้น
สองมือประสานกันแน่น
มินกยูบอกรักพี่ชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในขณะที่ซูนยองไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
เขาได้แต่ป้อนจูบให้น้องชายอยู่ตลอดเวลา
แทนคำพูด แทนความรู้สึกทุกอย่าง
มินกยูมองหน้าพี่ชายที่ชื้นไปด้วยเหงื่อแล้วก็ยิ้มออกมา
แบบนี้เอง มันเป็นความรู้อย่างนี้เอง
อิ่มเอม และเปี่ยมล้นอย่างนี้เอง
ที่เขาและซูนยองขับเคลื่อนไปด้วยกัน
มีเวลาที่อ่อนไหวด้วยกัน
และมีช่วงเวลาที่ได้สานสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งที่สุดด้วยกัน
มันเป็นความรู้สึกแบบนี้เอง
ความรู้สึก
ที่อยากจะมีกันและกัน
ในอ้อมกอดแบบนี้ตลอดไป
“ซูน
ผมรัก รักซูนที่สุดเลย นะครับ"
“ฉันก็รักนาย
มินกยู รักที่สุดเหมือนกัน"
คืนนี้คงจะไม่จบง่ายๆ
แน่ กว่ามินกยูจะทะลวงกำแพงของซูนยองลงมาได้ขนาดนี้
กว่าซูนยองจะยอมเปิดรับเขามากขนาดนี้
อาจจะฟังดูเห็นแก่ตัว
แต่มินกยูจะขอตักตวงทุกๆ
อย่างไว้ให้มากที่สุด ในคืนนี้
เขาจะไม่ปล่อยซูนยองออกจากอ้อมกอดเด็ดขาด
เขาจะไม่ปล่อยให้พี่ชายได้มีโอกาสแม้แต่จะปิดกั้นตัวเองอีก
เขาจะยึดพี่ชายให้มั่น
ให้เผยทุกอย่างที่อยู่ข้างในออกมาแบบนี้
โดยใช้ตัวเขาเอง
ในการตรึงพี่ชายเอาไว้
ในที่สุดเขาก็ได้กันนนนนนนนนน ฮือออออออออออ อ่านมาตั้งนาน ชอบมาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ภาษาสวยมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ รักไรท์
ReplyDelete