Sunday, 30 July 2017

Ambiguity 1/2 #minsoon

'ซูนยองลูก วันศุกร์นี้ไม่มีเรียนใช่มั้ย?'

“ครับ มีอะไรรึเปล่าแม่?”

'คือ แม่มีเรื่องให้ช่วยหน่อยลูก'

“มีอะไรครับ?”

'ซูนยองสัญญากับแม่ก่อนว่าลูกจะไม่โวยวาย จะใจเย็นแล้วฟังแม่พูดจนจบ'

“มีอะไรอะแม่ ผมเริ่มกลัวแล้วนะ"

'สัญญาก่อนลูก'

“สัญญาๆ"

'โอเค คือ วันศุกร์นี้แม่อยากให้ซูนยองไปโรงเรียนมินกยูหน่อยนะ'

“ไปโรงเรียนมินกยู? ไปทำไมอะครับ?”

'คือ คุณครูเรียกพบผู้ปกครองน่ะลูก'

“ว่าไงนะครับ!?”

'ใจเย็นลูก สัญญากับแม่แล้วนะ?'

“แต่ว่า- แล้วโดนเรียกเรื่องอะไรครับ?”

'แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คุณครูบอกว่าไม่มีอะไรร้ายแรงนะลูก แค่อยากคุยกับผู้ปกครองเฉยๆ แต่ไม่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร'

“..เหรอครับ"

'เอาเป็นว่า ลูกไปคุยกับคุณครูให้แม่หน่อยนะ ช่วงนี้แม่ไม่ว่างเลย'

“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปคุยเอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ"

'จ้ะ รักลูกนะ'

“รักเหมือนกันครับ"

มินกยูไม่ได้เป็นเด็กเรียนดี ไม่ใช่เด็กเก่ง คุณครูไม่ได้ชื่นชอบอะไรนักหนาแต่ก็ไม่เคยมีปัญหา หรืออย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่ซูนยองเชื่อมาตลอด ตอนไปรับสมุดพกอาจจะเคยมีคุณครูบ่นว่ามินกยูแอบงีบบ่อยบ้าง แต่ก็แค่นั้น ถึงขนาดเรียกพบผู้ปกครองนี่ครั้งแรกเลย ซูนยองวางโทรศัพท์แล้วเอามือก่ายหน้าผาก ให้ตายสิ เรื่องบ้าอะไรกันถึงจะต้องมาเกิดเอาช่วงที่เขาต้องปั่นเปเปอร์ล่ะเนี่ย แต่เอาเถอะ คุณครูบอกว่าไม่ใช่เรื่องอะไรร้ายแรงนี่นะ แต่ถ้าไม่ร้ายแรงทำไมจะต้องเรียกผู้ปกครองไปคุยเลยล่ะ? ซูนยองนั่งคิดจนปวดหัวเล่นเอาทำงานต่อไม่ไหว ช่วงนี้เป็นช่วงท้ายเทอมแล้ว โค้งสุดท้ายของชีวิตมหาวิทยาลัย ก่อนจะไปถึงอิสระและความเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวซูนยองก็ต้องเครียดจนสมองระเบิดเป็นครั้งสุดท้าย และดูเหมือนจะเป็นครั้งที่หนักที่สุดด้วยสิ

“ซูนนนนน กลับมาแล้ววววว~ คิดถึงผมป่าววว"

จะถามดีมั้ยนะ ว่าไปก่อเรื่องอะไรไว้

“ซูน เป็นไรอะ หน้ายุ่งเชียว มาๆ กอดผมดีกว่าเนอะ"

หลังจากนั่งจมความเครียดอยู่คนเดียวหลายชั่วโมง ซูนยองก็ปล่อยให้ตัวเองโดนดึงจากเก้าอี้เข้าไปในอ้อมกอดกลิ่นคลอรีนของน้องชาย แต่สองแขนก็ยกขึ้นกอดตอบโดยอัตโนมัติ มินกยูหัวเราะเบาๆ มือหนึ่งลูบผมพี่ชาย อีกมือลูบหลัง ซูนยองหลับตาลง เขาเป็นคนเครียดง่ายอยู่แล้ว เพราะงั้นในช่วงที่ขนาดวอนอูยังเครียด เขาก็แทบหัวระเบิด มินกยูเองก็รู้ดี เดี๋ยวนี้ซูนยองนอนดึกขึ้นทุกคืนจนเขาเป็นห่วง แต่ช่วยอะไรไม่ได้ได้แต่กอดปลอบแบบนี้เท่านั้น

“ซูน เมื่อกี๊เห็นคุณแม่ผัดข้าวอยู่ล่ะ ห๊อมหอม เย็นนี้น่าจะอร่อยน่าดูเลย"

“อือ"

“เวลาจะกินข้าวเนี่ย เครียดๆ กินไม่อร่อยเนอะ ตอนนี้ซูนมานั่งอ่านการ์ตูนกับผมดีกว่า มาๆ"

ซูนยองซบหน้าลงกับไหล่น้องชาย สายตาจ้องมองใบหน้าของอีกคนมากกว่าหน้าหนังสือการ์ตูน มินกยูก็ดูออกจะเป็นเด็กดี หรือมีอะไรที่เขาไม่รู้เกิดขึ้นที่โรงเรียนอีกกันแน่? เขาไม่เคยคิดว่ามินกยูจะมีเรื่องอะไรถึงขนาดให้เรียกผู้ปกครองพบได้ แต่เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าน้องชายจะจริงจังเรื่องว่ายน้ำถึงขนาดสมัครเข้าทีม ไม่คิดว่าน้องชายจะเล่นละครได้ ไม่คิดว่าจะพูดคำหยาบ ไม่คิดว่าจะชูนิ้วกลาง มินกยูตอนอยู่โรงเรียนเหมือนกับเป็นอีกคนที่เขาไม่รู้-

จุ๊บ

“มองผมขนาดเนี้ย เดี๋ยวจูบเลย"

“..ไม่เดี๋ยวแล้ว"

ซูนยองไม่มีแรงสู้รบกับมินกยู น้องชายเลยได้ใจก้มหน้าลงมาจูบอีกที ถ้าคุณแม่ไม่ได้อยู่ในครัวล่ะก็ป่านนี้มินกยูลงไปกองกับพื้นแล้ว แต่เวลาคุณแม่ทำอาหารน่ะไม่ค่อยออกมานักหรอกนอกจากครัวจะไหม้เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่าจะมาเห็นลูกชายสองคนจูบกัน มินกยูยิ้มดีใจที่วันนี้ได้จูบซูนยองหลายทีแต่พอเห็นสีหน้าเนือยๆ แล้วก็กังวลนิดหน่อย ซูนยองคงจะเหนื่อยนั่นแหละ หลายวันมานี้ก็เป็นแบบนี้ แต่เย็นนี้ดูเหมือนจะมีอะไรมากกว่านั้น มินกยูดึงมือพี่ชายมากุมไว้หลวมๆ แล้วโน้มหน้าผากไปชนกันเบาๆ

“ซูน มีอะไรรึเปล่าอะ?”

“หื้ม?”

“ดู.. เหนื่อยๆ กว่าปกติ"

ไม่รู้ทำไม ซูนยองยังไม่อยากคุยกับมินกยูเรื่องนั้นตอนนี้

“ไม่มีอะไรหรอก เปเปอร์น่ะ"

“งือ เหรอ"

“อื้อ"

“เย็นนี้หลังกินข้าวผมจะขังซูนไว้ในห้องเลย ไม่มีทางให้ได้แตะเบียร์เด็ดขาด รู้มั้ยฮะ?”

ซูนยองหัวเราะออกมาเบาๆ มินกยูรู้จักเขาดีเกินไปหน่อยจริงๆ นี่เขากำลังคิดอยากจะดื่มเบียร์อยู่พอดี ข้าวเย็นอร่อยอย่างที่ซูนยองหวังไว้ มินกยูเคี้ยวแก้มตุ่ยแล้วหันมายิ้มให้พี่ชายเป็นระยะ ซูนยองรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อยและดีใจที่คุณแม่ไม่ได้พูดเรื่องพบผู้ปกครอง คุณแม่บอกซูนยองตอนมินกยูกำลังเช็ดโต๊ะอยู่ว่าการพบผู้ปกครองครั้งนี้มินกยูไม่ได้ทำอะไรผิด เลยไม่จำเป็นต้องเรียกมินกยูไปคุยพร้อมกัน แต่อยากจะคุยปรึกษาอะไรนิดหน่อยเท่านั้น คุณแม่เลยคิดว่าไม่บอกมินกยูก่อนจะดีกว่า ถึงจะดีใจที่น้องชายไม่ได้ทำผิดอะไรแต่คิดไปคิดมามันยิ่งทำให้ซูนยองเครียดหนักกว่าเดิม

ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วคุณครูอยากปรึกษาเรื่องอะไร?

“ซูนนนนน พักก่อนๆ คิ้วขมวดหมดแล้วว"

“แต่ว่าฉันยัง-”

“อะไรนะๆๆๆ ไม่ได้ยินๆๆๆ"

“มินกยู!”

น้องชายโหวกเหวกโวยวายเสียงดังแล้วจับพี่ชายทุ่มลงบนเตียงทันที จะลุกหนีก็ไม่ได้เพราะโดนพันด้วยผ้าห่มม้วนกลมเป็นซูชิพร้อมมินกยูอยู่ด้านในด้วยกัน ซูนยองอ้าปากจะบ่นแต่พอเห็นรอยยิ้มสดใสในระยะประชิดแบบนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจ มินกยูก็คงอยากจะให้ผ่อนคลายนั่นแหละและเขาก็เหนื่อยมากแล้วด้วย พักสักหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง

ซูนยองเกลียดความขี้เซาของตัวเองที่สุด ปกติเวลาต้องตื่นเช้ามินกยูจะคอยปลุกตลอดหรือตั้งนาฬิกาไว้สักสี่เครื่องถึงจะพอไหว แต่วันนี้เขาพลาด บอกมินกยูก็ไม่ได้บอกแถมยังตั้งปลุกไว้แค่เครื่องเดียว คงเพราะเครียดมากไปหรืออะไรก็ไม่รู้แหละ แต่ตื่นมาอีกทีก็เก้าโมงกว่าแล้วและคุณครูนัดไว้สิบโมง ซูนยองอาบน้ำสองนาที กรอกนมลงคอหนึ่งขวดพร้อมแต่งตัวไปด้วย เสร็จแล้วก็วิ่งขาขวิดไปโรงเรียน นึกดีใจซ้ำๆ ที่โรงเรียนมินกยูใกล้บ้าน ด้วยความที่เป็นนักวิ่งเก่าเลยมาถึงโรงเรียนก่อนเวลาสิบกว่านาทีให้ได้หายใจหายคอหน่อยแต่ที่แย่ก็คือ เขาไม่รู้ว่าห้องพักครูอยู่ที่ไหนน่ะสิ เดินหาตึกใกล้หมดหวังอยู่ก็เจอกับเพื่อนคนหนึ่งของมินกยูเข้าพอดี

“อ้าว พี่ซูนยอง?”

“เอ่อ ซอกมินใช่มั้ย?”

“ใช่ครับ พี่มาทำอะไรที่นี่เหรอ?”

“..ธุระ นิดหน่อยน่ะ แล้วนี่เราจะไปไหนน่ะ?”

“ไปสระครับ"

“ไปสระ? นี่เวลาเรียนไม่ใช่เหรอ?”

“เอ้อ ก็ ก็ใช่"

“สระ.. หรือว่า มินกยู?”

“เอ่อ พี่ซูนยอง ดะเดี๋ยวครับ! พี่ซูนยอง!”

ห้องพักครูเอาไว้ก่อนแล้วกัน สระว่ายน้ำ ในเวลาเรียน มินกยูเองก็เคยพูดทีเล่นทีจริงอยู่แล้วว่าซ้อมว่ายน้ำหนักถึงขั้นโดดเรียน ซูนยองไม่รู้หรอกว่าโดดท่าไหนตอนไหน แต่พึ่งจะคาหนังคาเขาก็ครั้งนี้ครั้งแรกนี่แหละ แข่งก็แข่งเสร็จไปแล้วด้วย อย่างเดียวที่นึกออกคือมินกยูโดดเรียนไปเล่นน้ำป๋อมแป๋มในสระ ซอกมินไม่ทันได้อธิบายอะไรน่องแข็งๆ ก็ติดสปีดวิ่งไปทางสระว่ายน้ำทันที ซูนยองกระชากประตูเปิดแล้ววิ่งฉิวเข้าไปด้านใน และก็จริงอย่างที่คิด มินกยูอยู่ในสระจริงๆ ลอยคออ้าปากค้างหันมาทางเขาอย่างตกใจ

“คิม มิน กยู"

“อะ ซะซูน มะ มาได้ไง"

“มีอะไรจะแก้ตัวมั้ย?”

“กะแก้ตัวอะไร?”

“นี่เวลาเรียนไม่ใช่เหรอ ทำไมมาอยู่ที่สระได้?”

“เอ่อ"

“ขึ้น! มา! เดี๋ยว! นี้! คิม! มิน! กยู!”

“ฮื้ออ ซูนนน ฟังผมก่อนนนน"

มินกยูยกแขนขึ้นป้องโฟมพยุงตัวที่พี่ชายขว้างมาใส่แล้วรีบดำน้ำลงไปใต้สระทันที ซูนยองยิ่งเห็นแบบนั้นยิ่งโมโหเพราะตัวเองลงน้ำไม่ได้ มินกยูรีบกระโดดขึ้นจากสระทันทีที่ถึงขอบเพื่อไม่ให้พี่ชายโมโหไปมากกว่านี้ สองแขนอ้าออกดึงซูนยองเข้ามากอดแน่นโดยลืมไปว่าตัวเองเปียกอยู่ คนโดนกอดก็พยายามจะขืนตัวออก ยื้อไปยื้อมาจนสุดท้ายซูนยองก็เปียกไปทั้งตัว

“นี่! ปล่อย! อ้อนฉันไม่สำเร็จหรอกนะคราวนี้น่ะ!”

“ฮื้ออ ซูนอย่าพึ่งโกรธสิฟังผมก่อนนะฟังผมก่อนน"

“ก็อธิบายมาสิ! มากอดแบบนี้ทำไม! เปียกหมดแล้ว!”

“ก็ ก็อยากกอดให้ใจเย็นลงก่อนอะ"

“ใจเย็นแล้วๆ ปล่อย! วันนี้ฉันใส่เสื้อขาวมานะ!!”

เท่านั้นแหละ มินกยูก็รีบผละออกมาทันทีแล้วก็ต้องหน้าเสียเมื่อเห็นเสื้อยืดสีขาวของพี่ชายเปียกจนแนบไปกับลำตัว ก็เขาขึ้นจากน้ำปุ๊ปก็มากอดปั๊ปเลยนี่นะ มินกยูวิ่งไปหยิบเสื้อคลุมทีมว่ายน้ำของตัวเองออกมาใส่ให้พี่ชายแล้วดึงมานั่งบนเก้าอี้ข้างสระด้วยกัน ซูนยองไม่เชิงใจเย็นลงเท่าไหร่ แต่พอถูกจ้องด้วยสายตาเว้าวอนระยะประชิดก็ใจอ่อนลงนิดหน่อย

“ซูนอ่า ขอโทษนะครับเสื้อเปียกหมดเลย ใส่เสื้อคลุมผมไปนะรูดซิปดีๆ ด้วย ผมหวง"

“อะ เออน่า ก็เพราะใครล่ะเสื้อถึงเปียกน่ะ- เออใช่ อธิบายมาเลยนะ ทำไมเวลาเรียนแต่มาอยู่ที่สระ?”

“เอ่อ ก็ คุณครูวิทย์ป่วยอะ เขาเลยปล่อยให้นั่งอ่านหนังสือกันอยู่ในห้อง แต่ผมไม่อยากอ่านนี่นาผมก็เลยมาว่ายน้ำอะ"

“ได้ด้วยเหรอ?”

“เอ่อ จริงๆ มันก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ผิดนะ"

“สรุปว่าไม่ได้โดดเรียน?”

“อื้อ"

“แล้วคนอื่นเขาอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องทำไมนายไม่อ่านบ้าง?”

“ก็ ไม่อยากอ่านนี่นา ซูนไม่เห็นต้องถามเลยน่าจะรู้อยู่แล้ว"

“อืม เด็กบ้า ชอบแต่จะเล่น"

“ฮิๆ ก็ ผมไม่รู้จะอ่านไปทำไมนี่นา ไม่มีความสุขเลยอะ สู้มาว่ายน้ำดีกว่าเนอะ"

“เห้อ ไม่ใช่ทุกอย่างจะเอาแต่ที่ชอบที่มีความสุขนะมินกยู-”

“เออ ว่าแต่ซูนมาที่นี่ทำไมอะ?”

“อ๋อ ฉันมาหาครูนายน่ะ- เห้ย!! สิบโมงแล้วนี่! มินกยู ห้องพักครูนายอยู่ไหน??”

“ตึกสามชั้นสี่ ดะเดี๋ยวสิซูน ซูนมาหาครูผมทำไมอะ- ซูน!! ซู๊นนน!!!”

ตึกสามอยู่ที่ไหนก็ไม่แน่ใจ แต่โชคดีที่อยู่ไม่ไกลจากสระซูนยองเลยไปถึงห้องพักครูได้ภายในสองนาที คุณครูประจำชั้นมินกยูเชิญซูนยองไปนั่งที่โต๊ะ แอบเหล่มองใบหน้าที่เหงื่อโชกและเสื้อคลุมทีมว่ายน้ำเล็กน้อย ซูนยองรู้สึกตัวหดลงไปอีกหลายนิ้ว ความประทับใจแรกของพี่ชายที่มาในฐานะผู้ปกครอง แย่ชะมัด

“คุณซูนยอง เพิ่งไปหามินกยูที่สระว่ายน้ำมาสินะคะ?”

แย่ล่ะสิ แบบนี้มินกยูจะถูกดุที่แอบโดดไปว่ายน้ำมั้ยล่ะเนี่ย

“ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ มินกยูแอบไปสระว่ายน้ำอยู่บ่อยๆ ครูชินแล้วล่ะค่ะ"

“เอ่อ ขอโทษแทนน้องชายผมด้วยครับ"

“ไม่เป็นไรค่ะ เด็กที่อยู่ในทีมว่ายน้ำจะได้อภิสิทธิ์พิเศษเรื่องนี้เสมอ"

“อะ อ่า เหรอครับ..”

แต่ซูนยองไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่ เขานั่งมองมือตัวเองบนตักเงียบๆ ในขณะที่คุณครูหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแฟ้มแล้วเลื่อนมาให้เขาอ่าน ซูนยองมองที่หัวกระดาษก็พบว่าเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเรียนต่อของมินกยู มีวิชาที่ได้คะแนนดี และวิชาที่ได้คะแนนไม่ดีเป็นข้อมูลประกอบด้วย สมุดพกของมินกยูน่ะเขาก็ดูทุกครั้งนั่นแหละเลยไม่แปลกใจเท่าไหร่ มินกยูพอจะทำวิชาเลขได้อยู่บ้าง แต่วิทย์กับสังคมค่อนข้างแย่ ระหว่างที่เขาไล่อ่านอยู่คุณครูก็เริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“นี่เป็นแบบสอบถามที่เด็กมัธยม 6 ทุกคนต้องทำ อีกไม่กี่เดือนเด็กพวกนี้ก็จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เด็กบางคนอาจจะรู้ตัวแล้วว่าอยากเรียนอะไร บางคนก็อาจจะยังไม่รู้ หรือบางคนอาจจะเลือกคณะที่ตัวเองคิดว่าชอบแต่จริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้ชอบ ตรงนี้เป็นหน้าที่ของคุณครูแนะแนวและคุณครูประจำชั้นที่จะช่วยกันคุยกับเด็ก"

ซูนยองไล่อ่านที่มินกยูตอบคำถามแล้วก็ต้องถอนหายใจเล็กน้อย มินกยูตอบกลางๆ ไปซะหมด แบบทดสอบอาชีพในฝันก็ได้ผลลัพธ์ว่าควรทำอาชีพที่เป็นอิสระ และมีหัวด้านศิลป์เช่น เชฟ จิตรกร นักร้อง หรือแม้กระทั่ง ..นายแบบ.. ซูนยองชะงักไปเล็กน้อยและเงยหน้ามองคุณครูที่เหมือนจะสังเกตเห็นเหมือนกัน

“เด็กที่ยังไม่รู้ตัวน่ะมีเยอะค่ะ คุณครูก็จะช่วยกันดูทีละอย่าง เช่น พฤติกรรมในห้อง กิจกรรมที่เข้าร่วมหรือคะแนนในแต่ละวิชา ช่วยกันหาช่วยกันวิเคราะห์ไป พอลองให้ข้อมูลคณะต่างๆ ไปเด็กก็จะเริ่มรู้ตัวเองว่าอยากเรียนอะไร"

“ครับ"

“แต่มินกยูไม่ใช่แบบนั้น"

“คะ ครับ?”

“ผลการเรียนของมินกยูปานกลาง และไม่ได้มีวิชาไหนโดดเด่นไปกว่ากัน กิจกรรมที่เข้าร่วมมีการแสดงละครเมื่อเทอมที่ผ่านมา และก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ เวลาอยู่ในห้องก็ชอบงีบ-”

คิมมินกยู!!

“ตอนที่ครูถามว่ามินกยูอยากทำอาชีพอะไร เขาก็ตอบครูไม่ได้ แต่นั่นไม่แปลกหรอกค่ะ เด็กหลายคนก็เป็นแบบนั้น"

“ครับ"

“พอครูให้รายละเอียดคณะต่างๆ ไป มินกยูก็ไม่ได้มีท่าทีสนใจสักคณะเลย ครูให้นักเรียนในห้องทำแบบสอบถามอาทิตย์ละครั้ง และครั้งสุดท้ายคือเมื่ออาทิตย์ก่อน อยู่กระดาษแผ่นสุดท้ายค่ะ"

ซูนยองพลิกกระดาษไปดูแผ่นสุดท้ายแล้วก็ตกใจจนกระดาษแทบหลุดจากมือ ใต้คำถามอาชีพที่ชอบ สายงานที่อยากทำ หรือคณะที่อยากเรียนว่างเปล่าทั้งหมด แต่ท้ายกระดาษมีตัวหนังสือเล็กๆ เขียนไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ที่ทำให้ซูนยองรู้สึกชาวูบไปหมดทั้งตัว


'ผมไม่อยากเรียนต่อ'


“ครูคุยกับมินกยูไปแล้ว แต่เจ้าตัวเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรมากนอกจากบอกว่า ไม่ชอบเรียน ไม่อยากเรียนอะไรเลย พอครูถามว่าแล้วอยากจะทำอะไรมินกยูก็เงียบไป ครูไม่รู้จะคุยยังไงแล้วเลยอยากรบกวนให้ทางบ้านช่วยลองคุยกับเด็กด้วยน่ะค่ะ"

“ครับ"

“เด็กบางคนอาจจะยังสับสนอยู่ ครูคิดว่ามินกยูอาจจะอยากเป็นนักว่ายน้ำ หรือบางทีอาจจะอยากเป็นนักแสดง ครูไม่แน่ใจแต่ในแบบทดสอบหลายชุดผลลัพธ์ก็ไปในทางนั้นซะเยอะ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ครูไม่อยากให้มินกยูเลิกเรียนหนังสือ เพราะยังไงมีความรู้ไว้มันก็ไม่เสียหาย การเป็นนักกีฬาว่ายน้ำหรือนักแสดงมีความเสี่ยงมาก และครูเองก็ไม่แน่ใจว่านั่นคือสิ่งที่มินกยูต้องการรึเปล่า ถ้าสุดท้ายแล้วทำอาชีพพวกนี้ไปไม่รอด มินกยูจะไม่เหลืออะไรเลย ครูเลยไม่อยากให้มินกยูทิ้งการเรียนไปน่ะค่ะ"

“ครับ ผมเข้าใจ"

“คุณซูนยองคิดยังไงบ้างคะ?”

“ผม.. เอ่อ ผม..”

ซูนยองไม่รู้ ไม่รู้พอๆ กับคุณครูนั่นแหละ พอมาคิดดูดีๆ แล้วมินกยูก็ไม่ค่อยพูดเรื่องเรียนให้เขาฟังเลย อาจจะเป็นเพราะมินกยูเรียนสายวิทย์และเขาเรียนสายศิลป์ วิชาที่เรียนก็ไม่ค่อยตรงกันอยู่แล้วเลยเป็นที่ปรึกษาไม่ได้นักและมินกยูก็เป็นเด็กที่ไม่ค่อยชอบเรียนชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่ามินกยูจะไม่ชอบถึงขนาดนี้ ถึงจะเป็นเด็กที่ดูเอาแต่เล่นไปวันๆ แต่ซูนยองก็ไม่เคยคิดว่ามินกยูคิดจะหยุดเรียน ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ เรื่องใหญ่ที่สุดของมินกยูดูเหมือนจะเป็น ตัวซูนยองเองนี่แหละ นอกจากความสัมพันธ์ของเขากับมินกยูแล้ว ดูเหมือนว่าในแต่ละวันก็จะแทบไม่มีเรื่องอื่นเลย พอมาคิดแบบนี้แล้ว ซูนยองก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องขึ้นมา พี่ชายแบบไหนกัน น้องชายอยู่มัธยม 6 แล้ว แต่ไม่เคยนึกจะถามเลยว่าน้องอยากเรียนอะไรต่อ ไม่แม้แต่จะรู้ว่าน้องมีแนวโน้มจะทำอาชีพอะไร

“คุณซูนยองไม่ต้องเครียดนะคะ ค่อยๆ คุยกัน เวลายังเหลืออยู่อีกสามสี่เดือน คะแนนของมินกยูถึงจะไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ได้แย่นัก ถ้าพยายามมากๆ เข้าก็คงจะเข้าคณะที่ต้องการได้อยู่ค่ะ"

“คะ.. ครับ"

“ครูได้ยินมาว่ามินกยูสนิทกับคุณมาก หวังว่าคุณจะคุยกับเขาได้นะคะ"

“ครับ"

คุณครูถ่ายเอกสารแบบทดสอบของมินกยูทั้งหมดให้ ซูนยองหยิบซองกระดาษแล้วเดินออกมาจากห้องอย่างเลื่อนลอย ในหัวคิดอะไรต่างๆ นานา จากเดิมที่กลุ้มมากอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเครียดมากไปกว่าเดิมอีก นอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่บนโซฟาอยู่หลายชั่วโมงก็คิดไม่ตก จนสี่โมงกว่าประตูบ้านก็เปิดออกอย่างแรงพร้อมกับเสียงฝีเท้าตุบตับๆ และตามมาด้วยแขนสองข้างที่ดึงเขาเข้าไปกอดรัดอย่างรุนแรง

“ซูนนนน ฮืออ ผมขอโทษษษษ"

“ขอโทษเรื่องอะไร?”

“ผม ผมจะไม่ทำอีกแล้วล่ะ อย่าโกรธผมเลยนะ ผมรู้ว่ามันไม่ควร แต่ว่า ผม ก็เพื่อนผม ไม่สิ คือผม-”

เพื่อนผม? ซูนยองยันตัวลุกขึ้นนั่งเล็กน้อย มินกยูช้อนตามองอ้อนเขาพร้อมสีหน้ารู้สึกผิดเต็มที่ก่อนจะระเบิดเสียงร้องไห้ออกมาดังลั่นโดยที่ไม่มีน้ำตาสักหยด

“ผมจะไม่ดูหนังโป๊เกย์ในห้องคอมอีกแล้ว!!! ไม่ว่าพวกจุนฮเวจะเกลี้ยกล่อมแค่ไหนก็ตามมมมมมมม!!!”



เดี๋ยวสิ


“ว่าอะไรนะ!!!!!”

“อะ อ่าว ไม่ใช่เรื่องนี้เหรอ เอ่อ ซูน คือว่า-”


“คิมมินกยู!!!!”

No comments:

Post a Comment